ผู้ติดตาม
Labels
- ท้องร่อง ชายทุ่ง
- ทำเองไม่มีอด
- ทุ่งสีทอง
- ปศุสัตว์
- แปรรูปเกษตร
About Me
- Gang of 4wd
สินค้าเกษตร
|
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปศุสัตว์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปศุสัตว์ แสดงบทความทั้งหมด
วันจันทร์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2553
เลี้ยงกุ้งก้ามกรามคอนโด
อาชีพทำกำไรอย่างงามเลี้ยงอยู่กับบ้านสามารถทำงานอื่นได้ด้วย
เลี้ยงกุ้งก้ามกรามคอนโด 6 เดือนเห็นผล กิโลกรัมละกว่า 500 บาท
พฤติกรรมของกุ้งก้ามกรามที่อาศัยอยู่ในแหล่งน้ำธรรมชาติมักจะชอบอาศัย อยู่ตามซอกหิน หรือโขดหินซึ่งใช้พื้นที่ไม่มากนัก กุ้งแต่ละตัวจะมีอาณาเขตของตัวเองอีกทั้งกุ้งก้าม กรามไม่ต้องการพื้นที่ในการดำรงชีวิตมากนัก
จากแนวคิดนี้จึงมีความเป็นไปได้ที่จะนำกุ้งก้ามกรามมาทดลองในขวดพลาสติกได้
เลี้ยงกุ้งก้ามกรามคอนโด 6 เดือนเห็นผล กิโลกรัมละกว่า 500 บาท
พฤติกรรมของกุ้งก้ามกรามที่อาศัยอยู่ในแหล่งน้ำธรรมชาติมักจะชอบอาศัย อยู่ตามซอกหิน หรือโขดหินซึ่งใช้พื้นที่ไม่มากนัก กุ้งแต่ละตัวจะมีอาณาเขตของตัวเองอีกทั้งกุ้งก้าม กรามไม่ต้องการพื้นที่ในการดำรงชีวิตมากนัก
จากแนวคิดนี้จึงมีความเป็นไปได้ที่จะนำกุ้งก้ามกรามมาทดลองในขวดพลาสติกได้
หลักการที่สำคัญว่าน้ำที่ใช้เลี้ยงและอาหารจะต้องดี โดยใช้กุ้งก้ามกรามขนาด 20-30 ต่อกิโลกรัมมาเลี้ยงในขวด
วิธีเพาะพันธุ์ปลากัด
วิธีเพาะพันธุ์ปลากัดเพื่อเป็นรายได้เสริมในครัวเรือนใช้พื้นที่ไม่มาก
ปลากัดพันธุ์ดั้งเดิมในธรรมชาติ มีสีน้ำตาลขุ่นหรือสีเทาแกมเขียว ครีบและหางสั้น ปลาเพศผู้มีครีบและหางยาวกว่าปลาเพศเมียเล็กน้อย
จากการเพาะพันธุ์และการคัดพันธุ์ติดต่อกันมานาน ทำให้ได้ปลากัดที่มีสีสวยงามหลายสี อีกทั้งลักษณะครีบก็แผ่กว้างใหญ่สวยงามกว่าพันธุ์ดั้งเดิมมากและจากสาเหตุนี้ทำให้มีการจำแนกพันธุ์ปลากัดออกไปได้เป็นหลายชนิด เช่น ปลากัดหม้อ ปลากัดทุ่ง ปลากัดจีน ปลากัดเขมร เป็นต้น การแพร่กระจาย
ของปลากัดพบทั่วไปทุกภาคของประเทศไทยอาศัยอยู่ในอ่างเก็บน้ำ ทะเลสาบ หนอง บึง แอ่งน้ำ ลำคลอง ฯลฯ
ปลากัดพันธุ์ดั้งเดิมในธรรมชาติ มีสีน้ำตาลขุ่นหรือสีเทาแกมเขียว ครีบและหางสั้น ปลาเพศผู้มีครีบและหางยาวกว่าปลาเพศเมียเล็กน้อย
จากการเพาะพันธุ์และการคัดพันธุ์ติดต่อกันมานาน ทำให้ได้ปลากัดที่มีสีสวยงามหลายสี อีกทั้งลักษณะครีบก็แผ่กว้างใหญ่สวยงามกว่าพันธุ์ดั้งเดิมมากและจากสาเหตุนี้ทำให้มีการจำแนกพันธุ์ปลากัดออกไปได้เป็นหลายชนิด เช่น ปลากัดหม้อ ปลากัดทุ่ง ปลากัดจีน ปลากัดเขมร เป็นต้น การแพร่กระจาย
ของปลากัดพบทั่วไปทุกภาคของประเทศไทยอาศัยอยู่ในอ่างเก็บน้ำ ทะเลสาบ หนอง บึง แอ่งน้ำ ลำคลอง ฯลฯ
ในการเลี้ยงปลากัดเพื่อการต่อสู้ มีการคัดเลือกพันธุ์ให้มีคุณสมบัติเฉพาะที่สามารถใช้ในการต่อสู้ โดยเริ่มต้นจาก
วันพุธที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2553
วิธีการเลี้ยงไส้เดือนในบ่อปูน
วันอังคารที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2553
การทำน้ำหมักบำบัดน้ำเสียบ่อปลา
เกษตรกรที่เลี้ยงปลาหลายๆคนมักจะมีปัญหาในเรื่องของน้ำในบ่อเลี้ยง ปลาเน่าเสีย ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของปลาที่เลี้ยง ทำให้ปลาโต ช้า ปลาไม่กินอาหาร และอาจรุนแรงถึงขั้นปลาตายได้ ดังนั้นการบำบัดน้ำเสียใน บ่อเลี้ยงปลาจึงเป็นเรื่องที่สำคัญเป็นอย่างยิ่งในการเลี้ยงปลา การสังเกต น้ำเสียในบ่อเลี้ยงปลา น้ำในบ่อมีกลิ่นเหม็น มีน้ำเปลี่ยนสีจากสีเขียวเป็น สีขาวขุ่น มีปลาลอยอยู่มี่ผิวน้ำเป็นจำนวนมากแสดงว่าน้ำในบ่อเลี้ยงปลาเสีย แล้วต้องรีบทำการบำบัดโดยการบำบัดน้ำเสียในบ่อเลี้ยงปลาสามารถทำได้ดังนี้

วิธีการบำบัดน้ำเสีบในบ่อปลา
1.การเปลี่ยนถ่ายน้ำให้ทำการถ่ายน้ำออกจากบ่อปลาประมาณ 20 – 30 % ของบ่อจากนั้นให้เติมน้ำใหม่เข้าไปให้เท่ากับระดับน้ำเดิม
2.การใช้น้ำหมักชีวภาพในการบำบัดน้ำ โดยการใส่**น้ำหมักชีวภาพจากกล้วยและฟักทอง**ในอัตราประมาณ 3 – 4 ลิตร / บ่อ ประมาณ 7 วัน /ครั้ง
3.การทำระบบน้ำหมุนเวียน โดยการติดตั้งเครื่องสูบน้ำขึ้นจากบ่อเลี้ยงปลาแล้วฉีดกลับลงไปในบ่อเพื่อเพิ่มปริมาณออกซิเจนในน้ำ
4.การปลูกพืชน้ำเพื่อเป็นตัวจับตะกอนและสารแฝงลอยในน้ำ โดยให้ปลูกผักตบชวา บริเวณมุมบ่อเลี้ยงปลาทั้งสี่มุม ** ต้องคอยตักผักตบชวาขึ้นจากบ่อบ้างในกรณีที่มีมากจนเกินไป**
5.การให้อาหารปลาให้พอดีกับอัตราการกินของปลาอย่าให้อาหารเหลือมากจนเกินไป
**การทำน้ำหมักชีวภาพจากกล้วยและฟักทอง**
วัสดุอุปกรณ์
1.กล้วยสุก 25 กก.
2.ฟักทอง 25 กก.
3.กากน้ำตาล 10 ลิตร
4.น้ำสะอาด 10 ลิตร
5.ถังสำหรับหมัก
วิธีการ
1.นำกล้วยและฟักทองมาสับให้เป็นชิ้นเล็ก
2.จากนั้นนำไปใส่ในถังสำหรับหมัก
3.เติมกากน้ำตาลและน้ำลงไปในถังแล้วคนให้เข้ากัน
4.แล้วปิดฝาให้สนิทจากนั้นนำไปวางไว้ในที่ร่ม
5.ให้ทำการคนประมาณ 10 วัน/ครั้ง ประมาณ 45 วันก็สามารถนำไปใช้ได้
ประโยชน์ : น้ำหมักชีวภาพนี้สามารถนำมาใช้ได้ในหลายๆด้าน เช่นช่วยบำบัดน้ำเสียในบ่อปลา ป้องกันปลาเป็นโรค
วันอังคารที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2553
วิธีการทำยาไล่ยุงธรรมชาติใช้ขี้ควาย
นายกนก ผ่องอรัญ เจ้าพนักงานสัตวบาลชำนาญงาน ศูนย์วิจัยและถ่ายทอด เทคโนโลยีอุบลราชธานี (อำนาจเจริญ) ได้ร่วมพูดคุยผ่านรายการร่วมด้วยช่วย กัน Happy station อุบลราชธานี FM 102.75 MHz ช่วงรอบรู้เรื่องเกษตร โดยได้ ให้คำแนะนำถึงวิธีการทำยาไล่ยุงแบบประหยัดต้นทุนโดยมีขั้นตอนและวิธีการ ทำ ดังนี้

วัสดุอุปกรณ์
-ใบตะไคร้หอมที่แห้ง จำนวน 0.5 กิโลกรัม
-มูลกระบือสดจำนวน 2 ถัง (ประมาณ 30 กิโลกรัม)
-น้ำเปล่า ประมาณ 2 ลิตร
ขั้นตอนวิธีการทำ
-หั่นใบตะไคร้หอมยาวขนาด 1 เซนติเมตร แล้วนำไปตากแดดให้แห้ง
-นำใบตะไคร้หอมที่แห้ง จำนวน 0.5 กิโลกรัมและมูลกระบือสดมาผสมคลุกเคล้ากันค่อยๆเติมน้ำลงไปและให้เท้าขยำคลุก เคล้าให้เข้ากันระวังอย่าให้เหลวหรือข้นจนเกินไป
-เมื่อผสมคลุกเคล้าได้ที่แล้วก็นำมาเทใส่แบบไม้ ขนาด 50x50x3 เซนติเมตร แล้วทิ้งไว้ให้พอหมาดๆ จึงถอดไม้แบบออกแล้วตากต่อไปให้แห้งสนิท โดยพื้นที่สำหรับวางไม้แบบไม่ควรเป็นพื้นดินแต่ควรจะเป็นพื้นคอนกรีตจะดีที่ สุด
-เมื่อแห้งสนิทแล้วจึงนำมาตัดให้เป็นแท่ง ขนาด 50x3 เซนติเมตร (ใช้เลื่อนตัด)
วิธีการใช้/สรรพคุณ
-นำยาไล่ยุงที่ตัดเรียบร้อยแล้วไปจุดเพื่อไล่ยุงภายในคอกสัตว์ ซึ่ง 1 แท่ง (ขนาด 50x3 เซนติเมตร) จะสามารถใช้ได้ประมาณ 3 ชั่วโมง
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ :คุณกนก ผ่องอรัญ เจ้าพนักงานสัตวบาลชำนาญงาน (081-955-5300)
ศูนย์วิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยีอุบลราชธานี (อำนาจเจริญ) 045-541242
ที่มา : ศูนย์ทางด่วนข้อมูลการเกษตร * 1677
สถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน จ.อุบลราชธานี
วันพุธที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2552
ต้นไม้มหัศจรรย์สามารถป้องกันโรคปลาที่จะเกิดหน้าหนาวได้
ปัญหาเรื่องของปลาเป็นโรคในหน้าหนาวมักประสบกันมากกับ เกษตรกร เช่นเดียวกับคุณอำไพ ที่จังหวัดหนองคายโทรเข้ามาสอบถามกับทางด่วน ข้อมูลการเกษตร *1677 ที่สถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน จ.ขอนแก่น เรื่องปลา เป็นโรคในหน้าหนาว เนื่องจากเลี้ยงปลาไว้ในบ่อดิน เป็นปลาธรรมชาติ มีปัญหา ปลาเป็นโรค 2 ปีซ้อน ไม่ทราบจะแก้ปัญหาอย่างไร ทางทีมงาน Farmer Info ที่ ขอนแก่น ประสานไปที่คุณศรีเมือง หล้าบุญมา เกษตรกรบ้านโพธิ์ ต.ปะโค อ.กุด จับ จ.อุดรธานี ซึ่งได้แนะนำว่า มีต้นไม้ชนิดหนึ่งที่สามารถแก้ปัญหาปลา เป็นโรคได้ โดยเฉพาะการเลี้ยงปลาในบ่อดิน ต้นไม้ที่ว่า คือ “ต้นชี” หรือ ที่ คนอิสานเรียกว่า “ต้นอะลาง” ภาคกลางเรียก นนทรีป่า ซึ่งเป็นต้นไม้ยืน ต้นที่มีอายุยืนและมีประโยชน์หลายอย่าง

วิธีการแก้ปัญหาคือ ให้ปลูกต้นชี บริเวณริมฝั่งบ่อปลาที่เป็นบ่อดิน ในส่วนของใบและกิ่งที่ร่วงลงจะกลายเป็นสมุนไพรในการรักษาสภาพน้ำ ทำให้ปลาธรรมชาติไม่เกิดเป็นหาปลาเป็นโรค ซึ่งในปี 2550 เกิดอากาศหนาวจัด ปลาเพื่อนบ้านที่อยู่บ่อใกล้เคียงกันเป็นแผลและเป็นโรค ตายหมดทั้งบ่อ แต่บ่อของคุณศรีเมือง ไม่เป็นอะไรเลย ดังนั้นใครที่จะนำเอาพืชชนิดนี้ไปใช้ก็ไม่หวงห้าม และขอการันตีว่าสามารถป้องกันปลาเป็นโรคในหน้าหนาวได้แน่นอน
ที่มา : ศูนย์ทางด่วนข้อมูลการเกษตร *๑๖๗๗
สถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน จ.ขอนแก่น
วันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2552
การเลี้ยงกุ้งกุลาดำแบบอินทรีย์
คุณจรูญ ไกรเนตร เกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิด จ.สมุทรปราการ ผู้ที่มี ความสามารถโดดเด่นเรื่องการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางการ เกษตร ได้ให้สัมภาษณ์ผ่านทางรายการถึงวิธีการเลี้ยงกุ้งแบบชีวภาพและการผลิต จุลินทรีย์ชีวภาพเพื่อสร้างอาหารให้กับกุ้ง โดยกุ้งที่ใช้เลี้ยงจะเป็นกุ้ง กุลาดำ เลี้ยงแบบชีวภาพไม่ใช้เครื่องตีน้ำ โดยมีวิธีการทำดังนี้

วัสดุอุปกรณ์การทำจุลินทรีย์น้ำ
1.เปลือกสับปะรด 1 กิโลกรัม
2.กากน้ำตาล 1 กิโลกรัม
3.ถังหมัก
วิธีการทำ
1. ให้นำส่วนผสมทั้ง 2 อย่างมาผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วก็หมักทิ้งไว้ 14 วัน โดยการหมักก็ควรหมักไม่ให้อากาศเข้าแล้วก็ตั้งถังหมักไว้ในที่ร่มเมื่อครบ 14 วันก็จะได้หัวเชื้อจุลินทรีย์
2. ต่อไปก็เป็นการทำจุลินทรีย์น้ำ
- ให้นำน้ำหัวเชื้อจุลินทรีย์ 1 ลิตร
- กากน้ำตาล 1 ลิตร
- น้ำ 20 ลิตร
3. ผสมคลุกเคล้าให้เข้ากันแล้วหมักทิ้งไว้ 7 วัน ก็สามารถนำไปใช้ได้แล้ว
การนำไปใช้
สำหรับการนำไปใช้พื้นที่ 1 ไร่ ต่อจุลินทรีย์น้ำ 5 ลิตร การใส่ก็ต้องใส่ให้ทั่วบ่อโดยใส่ในช่วงที่ไม่มีแสงแดดเช่นตอนเย็น โดยให้ใส่จุลินทรีย์น้ำในบ่อทุกๆ 15 วัน
วิธีการทำจุลินทรีย์ก้อน
1.ให้เราทำเป็นโบกาจิก่อน คือ
- นำมูลสัตว์ 1 ส่วน
- แกลบ 1 ส่วน
- รำละเอียด 1 ส่วน
- หลังจากนั้นให้นำแกลบและมูลสัตว์มาคลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วให้นำหัวเชื้อจุลินทรีย์มาผสมคลุกเคล้าให้เข้ากันแล้วก็นำรำละเอียด มาคลุกเคล้าแล้วใช้มือกำก้อนจุลินทรีย์ดูหากว่าปั้นเป็นได้ก็แปลว่าใช้ได้ หากว่าปั้นแล้วมันร่วงไม่ก่อตัวเป็นก้อนก็ให้เติมหัวเชื้อจุลินทรีย์ไปอีก เพื่อให้ปั้นเป็นก้อนได้ จากนั้นก็ให้นำเอาดินละเอียดในพื้นที่มาคลุกกับก้อนจุลินทรีย์เพื่อทำให้ ก้อนจุลินทรีย์มีน้ำหนักเมื่อใส่ไปในบ่อกุ้งแล้วมันจะจมอยู่ใต้น้ำ พอเรานำดินมาคลุกเสร็จก็ให้นำไปตั้งไว้ในที่ร่มแล้วใช้กระสอบป่านคลุมไว้ 24 ชั่วโมง
การนำไปใช้
ให้นำไปใส่ในบ่อเลี้ยงกุ้ง โดยการนำไปใช้ให้เอาไปใส่ในบ่อกุ้งจุลินทรีย์ก้อน 1 ก้อน(1 กำมือ) ต่อพื้นที่บ่อ 1 ตารางเมตร จุลินทรีย์ก้อนจะไปสร้างพวกแพลงตอล ไรแดงซึ่งเป็นอาหารของกุ้ง ทำให้เราประหยัดต้นทุนในการผลิต กุ้งที่เลี้ยงก็ไม่เป็นโรคด้วย
ที่มา : ศูนย์ทางด่วนข้อมูลการเกษตร *๑๖๗๗
สถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน จ.นครศรีธรรมราช
วันพุธที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2552
วิธีถ่ายพยาธิกบด้วยสมุนไพร
วัสดุและอุปกรณ์ที่ต้องจัดเตรียม มีดังนี้
1.นำผลหมากสดมาตำให้ละเอียดหลังจากนั้นนำไปคั้นกับน้ำหลังจากนั้นกรองเอาแต่น้ำเอาส่วนกากทิ้ง
2.ถ้าในบ่อมีกบจำนวน 1,000 ตัว จะใช้ผลหมากสดประมาณ 5 ผล ฉะนั้นจะใช้มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับจำนวนกบในบ่อเลี้ยง
3.นำเอาน้ำหมากสดที่คั้นได้ มาผสมลงในอาหารกบไว้ 30 นาที ให้น้ำผลหมากซึมเข้าไปในอาหาร
4.การถ่ายพยาธิกบจะถ่ายเมื่อกบมีอายุประมาณ 2 เดือนครึ่งจึงจะถ่ายพยาธิโดยถ่ายแค่ครั้งเดียว
5.หลังจากคลุกให้เข้ากันแล้วนำไปหว่านให้กบกิน
สรรพคุณทางยา :
ผลของหมากนั้นมีสรรพคุณในการช่วยขับพยาธิได้หลายชนิด เช่น พยาธิตัวตืด พยาธิใบไม้ พยาธิตัวกลม นอกจากนี้แล้วหมากก็ยังมีสรรพคุณในการรักษาโรคมาเลเรีย และมีฤทธิ์ในด้านการเป็นยาที่ช่วยขับปัสสาวะอีกด้วย จากการวิจัยพบว่า หมากมีสารชื่อ อัลคาลอยด์ ที่มีสรรพคุณในการฆ่าเชื้อราและฆ่าเชื้อไวรัสอีกด้วย
นายพาน กรวยทอง
บ้านเลขที่ 13 หมู่ที่ 4 ต.วังประจบ อำเภอเมือง จังหวัดตาก
เบอร์โทร.086-974-6835
ที่มา : ศูนย์ทางด่วนข้อมูลการเกษตร *๑๖๗๗
สถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน จ.พิษณุโลก
วันจันทร์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2552
อาหารไก่สูตรเทียบเคียงอาหารสำเร็จรูป
ไก่(1)อาหารไก่สูตรเทียบเคียงอาหารสำเร็จรูปประหยัดเงินสูตร คณินฟาร์ม
ไก่(2)จากศูนย์เครือข่ายเรียนรู้การเลี้ยงสัตว์ สนใจข้อมูลโทร *1677 กด2
ปัจจุบันมีอาหารเม็ดสำเร็จที่ใช้เลี้ยงสัตว์ออกมาจำหน่ายตามท้อง ตลาดมากมาย ซึ่งอาหารสำเร็จทุกชนิดราคาค่อนข้างสูง จึงทำให้เกษตรกรสิ้น เปลืองต้นทุนในการเลี้ยงมากขึ้น อาหารสำเร็จบางชนิดมีคุณภาพต่ำทำให้สัตว์ ที่เลี้ยงได้รับคุณค่าทางอาหารไม่เพียงพอ ทำให้โตช้า จำหน่ายไม่ได้ราคา คุณ คณิน อ้นเจริญ ปศุสัตว์ อาสา เจ้าของฟาร์มคณิน /ศูนย์เครือข่ายเรียนรู้การ เลี้ยงสัตว์ ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ตำบลทานตะวันอำเภอพาน จังหวัด เชียงราย จึงได้คิดค้น “สูตรอาหารไก่พื้นเมืองต้นทุนต่ำ เทียบเคียงสูตร สำเร็จ” ขึ้นมา เมื่อได้สูตรมาแล้วก็นำไปศึกษาและเปรียบเทียบคุณภาพกับสำนัก งานปศุสัตว์อำเภอใกล้บ้าน เพื่อให้ได้สูตรที่มีคุณภาพต่อไก่ที่เลี้ยงไว้ อย่างแท้จริงรวมทั้งนำมาเผยแพร่ให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่พื้นเมืองและผู้ สนใจต่อไป ซึ่งสูตรนี้ต้องมีการเตรียมวัตถุดิบและมีวิธีการผลิตดังต่อไปนี้ คือ

วัตถุดิบที่ต้องเตรียมคือ
1.ข้าวโพด 14 กิโลกรัม
2.ปลายข้าว 36 กิโลกรัม
3.กากถั่วเหลือง 16 กิโลกรัม
4.ปลาป่น 4 กิโลกรัม
5.รำละเอียด 60 กิโลกรัม
6.ฟรีมิกซ์ 0.25 กิโลกรัม
7.ไดแคลเซี่ยมฟอสเฟต 16% 2.5 กิโลกรัม
8.ไดแคลเซี่ยมฟอสเฟต 21% 1 กิโลกรัม
9.ไลซีน 0.2 กิโลกรัม
10.เมทไธโอนีนและซีสตีน 0.2 กิโลกรัม
11.เกลือแกง 0.4 กิโลกรัม
12.ใบกระถินป่น 1 กิโลกรัม
13.ฟ้าทะลายโจร 0.15 กิโลกรัม
14.ขมิ้น 0.05 กิโลกรัม
15.ไพล 0.05 กิโลกรัม
-นำวัตถุดิบทุกอย่างที่บดละเอียดแล้วมาผสมให้เข้ากัน สูตรนี้สามารถนำมาไปเป็นอาหารสำหรับลูกไก่-แม่ไก่
-ขอขอบคุณข้อมูลจาก : คุณคณิน อ้นเจริญ ฟาร์มคณิน/ศูนย์เครือข่ายเรียนรู้การเลี้ยงสัตว์ ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง โทร.085-0381997
ที่มา : ศูนย์ทางด่วนข้อมูลทางการเกษตร*1677
สถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน จ.เชียงราย
ไก่(2)จากศูนย์เครือข่ายเรียนรู้การเลี้ยงสัตว์ สนใจข้อมูลโทร *1677 กด2
ปัจจุบันมีอาหารเม็ดสำเร็จที่ใช้เลี้ยงสัตว์ออกมาจำหน่ายตามท้อง ตลาดมากมาย ซึ่งอาหารสำเร็จทุกชนิดราคาค่อนข้างสูง จึงทำให้เกษตรกรสิ้น เปลืองต้นทุนในการเลี้ยงมากขึ้น อาหารสำเร็จบางชนิดมีคุณภาพต่ำทำให้สัตว์ ที่เลี้ยงได้รับคุณค่าทางอาหารไม่เพียงพอ ทำให้โตช้า จำหน่ายไม่ได้ราคา คุณ คณิน อ้นเจริญ ปศุสัตว์ อาสา เจ้าของฟาร์มคณิน /ศูนย์เครือข่ายเรียนรู้การ เลี้ยงสัตว์ ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ตำบลทานตะวันอำเภอพาน จังหวัด เชียงราย จึงได้คิดค้น “สูตรอาหารไก่พื้นเมืองต้นทุนต่ำ เทียบเคียงสูตร สำเร็จ” ขึ้นมา เมื่อได้สูตรมาแล้วก็นำไปศึกษาและเปรียบเทียบคุณภาพกับสำนัก งานปศุสัตว์อำเภอใกล้บ้าน เพื่อให้ได้สูตรที่มีคุณภาพต่อไก่ที่เลี้ยงไว้ อย่างแท้จริงรวมทั้งนำมาเผยแพร่ให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่พื้นเมืองและผู้ สนใจต่อไป ซึ่งสูตรนี้ต้องมีการเตรียมวัตถุดิบและมีวิธีการผลิตดังต่อไปนี้ คือ

วัตถุดิบที่ต้องเตรียมคือ
1.ข้าวโพด 14 กิโลกรัม
2.ปลายข้าว 36 กิโลกรัม
3.กากถั่วเหลือง 16 กิโลกรัม
4.ปลาป่น 4 กิโลกรัม
5.รำละเอียด 60 กิโลกรัม
6.ฟรีมิกซ์ 0.25 กิโลกรัม
7.ไดแคลเซี่ยมฟอสเฟต 16% 2.5 กิโลกรัม
8.ไดแคลเซี่ยมฟอสเฟต 21% 1 กิโลกรัม
9.ไลซีน 0.2 กิโลกรัม
10.เมทไธโอนีนและซีสตีน 0.2 กิโลกรัม
11.เกลือแกง 0.4 กิโลกรัม
12.ใบกระถินป่น 1 กิโลกรัม
13.ฟ้าทะลายโจร 0.15 กิโลกรัม
14.ขมิ้น 0.05 กิโลกรัม
15.ไพล 0.05 กิโลกรัม
-นำวัตถุดิบทุกอย่างที่บดละเอียดแล้วมาผสมให้เข้ากัน สูตรนี้สามารถนำมาไปเป็นอาหารสำหรับลูกไก่-แม่ไก่
-ขอขอบคุณข้อมูลจาก : คุณคณิน อ้นเจริญ ฟาร์มคณิน/ศูนย์เครือข่ายเรียนรู้การเลี้ยงสัตว์ ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง โทร.085-0381997
ที่มา : ศูนย์ทางด่วนข้อมูลทางการเกษตร*1677
สถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน จ.เชียงราย
วิธีการทำอาหารปลาดุกและกบแบบประหยัด
อาหารสัตว์(1)วิธีการทำอาหารปลาดุกและกบแบบประหยัดแต่ได้คุณค่าครบถ้วน
อาหารสัตว์(2)ใช้ส่วนผสมง่ายๆ สนใจวิธีการทำ โทร * 1677 กด2
วันนี้ ทางด่วนข้อมูลการเกษตร
มีเคล็ดลับการทำอาหารปลามาฝากเกษตรกรกันครับ วิธีการทำอาหารเลี้ยงปลาดุก – กบ แบบประหยัด

ส่วนผสม
- ขี้วัว หรือ ขี้ควายแห้ง 2 กิโลกรัม
- กากมะพร้าว หรือ กากถั่วเหลือง 2 กิโลกรัม
- รำละเอียด(รำอ่อน) 2 กิโลกรัม
- ไส้ปลา หรือ ไส้ไก่ หรือ ปลาบด หรือ ไข่ไก่ ไข่เป็ด หรือ หอยเชอรี่ อย่างใดอย่างหนึ่ง 2 กิโลกรัม (ถ้าทำอาหารเลี้ยงปลานิลไม่ต้องใช้ส่วนผสมข้อนี้)
- ใบกระถิน หรือ ผักตบชวา หรือผักบุ้ง หั่นละเอียด จำนวน 1 กิโลกรัม
- ข้าวจ้าว หรือ ปลายข้าวที่นึ่งสุกแล้ว จำนวน 1 กิโลกรัม
- น้ำหมักจุลินทรีย์สูตรขยายพอประมาณ
*** ถ้าทำอาหารให้หมู เป็ด ไก่ ให้ใช้เมล็ดข้าวโพดและใบกระถิน แทน ไส้ปลา ไส้ไก่ ปลาบด หรือ หอยเชอรี่***
อุปกรณ์
- ภาชนะพลาสติกสำหรับใช้ผสม
- เครื่องบดเนื้อ 1 เครื่อง
วิธีการทำ
1. นำวัสดุทั้งหมด มาผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน
2. ใช้น้ำหมักจุลินทรีย์ที่ขยายแล้ว มาเทราดผสมจนได้ความชื้นเหมาะสม สามารถปั้นก้อนได้โดยไม่มีน้ำไหลออกมาตามง่ามนิ้วมือ
3. นำอาหารปลาที่ผสมแล้วเข้าเครื่องบด เพื่อบดออกมาให้เป็นเส้นแล้วนำตากแห้ง โดยตากใส่แผ่นสังกะสี หรือให้ปลากินสดๆก็ได้ หากชอบละเอียดก็บดอีกครั้ง
- การให้อาหารปลาเล็ก ตั้งแต่เริ่มเลี้ยงจนปลามีอายุ 1 เดือน ควรให้อาหารสด
- เมื่อปลาอายุ 1 เดือน จึงเปลี่ยนเป็นให้อาหารแห้ง
*** เทคนิคการให้อาหารปลา***
1. เมื่อบดเสร็จแล้ว ปั้นอาหารปลาให้เป็นก้อนกลม แล้วต่อเชือกห้อยคล้ายการใส่เบ็ดตกปลา จากนั้นนำไปหย่อนให้ปลากิน เพราะอาหารปลาสูตรนี้จะจมเร็ว ทำให้ปลากินไม่ทัน จึงต้องปั้นเป็นก้อนแล้วจึงนำไปหย่อนเลี้ยงปลาได้
2. หากมีความจำเป็นต้องเดินทาง หรือ ไม่มีคนคอยให้อาหารปลาที่เลี้ยงไว้ ให้ใช้วิธีปั้นอาหารปลาเป็นก้อน แล้วนำไปร้อยเชือกเรียงกันไว้ ปริมาณอาหารนั้นตามระยะเวลาที่จะไม่อยู่ จากนั้นก็นำไปตากแดดให้อาหารปลาแห้งสนิท แล้วนำไปหย่อนไว้ริมบ่อ เพื่อให้ปลาได้กิน แล้วปลาจะมาจิกตอดกินตลอดเรื่อยๆ จนหมดก้อน แล้วก้อนใหม่ก็จะหล่นลงมาแทนที่ เพียงพอตลอดทั้งวันที่ไม่มีใครอยู่
ให้อาหารได้
*** การทำอาหารกบ***
หากต้องการทำอาหารเพื่อใช้เลี้ยงกบ ให้ใช้ปลาทูเล็กบดแทนไส้ปลา หรือ ไส้ไก่ เมื่อผสมและคลุกเคล้าเข้ากันจนได้ที่แล้ว นำไปให้กบกินสดๆ จะทำให้กบโตเร็วขึ้น
ที่มา : ศูนย์ทางด่วนข้อมูลการเกษตร * ๑๖๗๗
สถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน จ.อุบลราชธานี
อาหารสัตว์(2)ใช้ส่วนผสมง่ายๆ สนใจวิธีการทำ โทร * 1677 กด2
วันนี้ ทางด่วนข้อมูลการเกษตร
มีเคล็ดลับการทำอาหารปลามาฝากเกษตรกรกันครับ วิธีการทำอาหารเลี้ยงปลาดุก – กบ แบบประหยัด

ส่วนผสม
- ขี้วัว หรือ ขี้ควายแห้ง 2 กิโลกรัม
- กากมะพร้าว หรือ กากถั่วเหลือง 2 กิโลกรัม
- รำละเอียด(รำอ่อน) 2 กิโลกรัม
- ไส้ปลา หรือ ไส้ไก่ หรือ ปลาบด หรือ ไข่ไก่ ไข่เป็ด หรือ หอยเชอรี่ อย่างใดอย่างหนึ่ง 2 กิโลกรัม (ถ้าทำอาหารเลี้ยงปลานิลไม่ต้องใช้ส่วนผสมข้อนี้)
- ใบกระถิน หรือ ผักตบชวา หรือผักบุ้ง หั่นละเอียด จำนวน 1 กิโลกรัม
- ข้าวจ้าว หรือ ปลายข้าวที่นึ่งสุกแล้ว จำนวน 1 กิโลกรัม
- น้ำหมักจุลินทรีย์สูตรขยายพอประมาณ
*** ถ้าทำอาหารให้หมู เป็ด ไก่ ให้ใช้เมล็ดข้าวโพดและใบกระถิน แทน ไส้ปลา ไส้ไก่ ปลาบด หรือ หอยเชอรี่***
อุปกรณ์
- ภาชนะพลาสติกสำหรับใช้ผสม
- เครื่องบดเนื้อ 1 เครื่อง
วิธีการทำ
1. นำวัสดุทั้งหมด มาผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน
2. ใช้น้ำหมักจุลินทรีย์ที่ขยายแล้ว มาเทราดผสมจนได้ความชื้นเหมาะสม สามารถปั้นก้อนได้โดยไม่มีน้ำไหลออกมาตามง่ามนิ้วมือ
3. นำอาหารปลาที่ผสมแล้วเข้าเครื่องบด เพื่อบดออกมาให้เป็นเส้นแล้วนำตากแห้ง โดยตากใส่แผ่นสังกะสี หรือให้ปลากินสดๆก็ได้ หากชอบละเอียดก็บดอีกครั้ง
- การให้อาหารปลาเล็ก ตั้งแต่เริ่มเลี้ยงจนปลามีอายุ 1 เดือน ควรให้อาหารสด
- เมื่อปลาอายุ 1 เดือน จึงเปลี่ยนเป็นให้อาหารแห้ง
*** เทคนิคการให้อาหารปลา***
1. เมื่อบดเสร็จแล้ว ปั้นอาหารปลาให้เป็นก้อนกลม แล้วต่อเชือกห้อยคล้ายการใส่เบ็ดตกปลา จากนั้นนำไปหย่อนให้ปลากิน เพราะอาหารปลาสูตรนี้จะจมเร็ว ทำให้ปลากินไม่ทัน จึงต้องปั้นเป็นก้อนแล้วจึงนำไปหย่อนเลี้ยงปลาได้
2. หากมีความจำเป็นต้องเดินทาง หรือ ไม่มีคนคอยให้อาหารปลาที่เลี้ยงไว้ ให้ใช้วิธีปั้นอาหารปลาเป็นก้อน แล้วนำไปร้อยเชือกเรียงกันไว้ ปริมาณอาหารนั้นตามระยะเวลาที่จะไม่อยู่ จากนั้นก็นำไปตากแดดให้อาหารปลาแห้งสนิท แล้วนำไปหย่อนไว้ริมบ่อ เพื่อให้ปลาได้กิน แล้วปลาจะมาจิกตอดกินตลอดเรื่อยๆ จนหมดก้อน แล้วก้อนใหม่ก็จะหล่นลงมาแทนที่ เพียงพอตลอดทั้งวันที่ไม่มีใครอยู่
ให้อาหารได้
*** การทำอาหารกบ***
หากต้องการทำอาหารเพื่อใช้เลี้ยงกบ ให้ใช้ปลาทูเล็กบดแทนไส้ปลา หรือ ไส้ไก่ เมื่อผสมและคลุกเคล้าเข้ากันจนได้ที่แล้ว นำไปให้กบกินสดๆ จะทำให้กบโตเร็วขึ้น
ที่มา : ศูนย์ทางด่วนข้อมูลการเกษตร * ๑๖๗๗
สถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน จ.อุบลราชธานี
ยาบำรุงวัว-ควายแก้เบื่ออาหาร
วัว-ควาย(1)ยาบำรุง แก้เบื่ออาหาร ใบขี้เหล็กครึ่งกก.เกลือแกง3ช้อนโต๊ะ
วัว-ควาย(2)ตำเข้ากันผสมน้ำ1ลิตรกรองเอาแต่น้ำกรอกให้สัตว์กินวันละ1 มื้อ
ขี้เหล็กเป็นพืชสมุนไพรที่มีประโยชน์มาก ไม่ว่าจะสำหรับคน หรือ สัตว์ ความขมของขี้เหล็กจะช่วยในการขับลมในคนได้ ที่สำคัญ ขี้เหล็กเป็น พืชสมุนไพร ที่ช่วยในการรักษาอาการเบื่ออาหาร และยังช่วยในการบำรุง กำลัง ให้กับวัวได้อีกด้วย และที่สำคัญไปกว่านั้น ใบขี้เหล็กต้ม ยัง เป็นสมุนไพรอีกชนิดหนึ่งที่ช่วยในการรักษาโรคพยาธิภายใน ของวัวควายได้ อย่างดีเยี่ยมทีเดียว อย่างที่คุณอ่อน พิมพ์พรรณ เกษตรกรผู้ที่มีความ เชี่ยวชาญในเรื่องการเลี้ยงวัวนม มากว่า 15 ปี ได้แนะวิธีการ ง่าย ๆ ที่จะนำใบขี้เหล็กมาใช้ในการรักษาโรคดังกล่าวของวัวควายได้อย่าง ง่ายดาย โดยวิธีการและรายละเอียดต่างๆ ดังนี้

รักษาอาการเบื่ออาหาร บำรุงร่างกายในวัวควาย
วัสดุอุปกรณ์
1. ใบขี้เหล็ก ครึ่งกิโลกรัม
2. เกลือแกง 3 ช้อนโต๊ะ
3. น้ำ 1 ลิตร
วิธีการทำ
นำใบขี้เหล็กที่ได้มาผสมกับเกลือ แล้วตำให้ละเอียด ผสมกับน้ำ คั้นและกรองเอาเฉพาะน้ำ
วิธีการใช้
เอาน้ำใบขี้เหล็กที่คั้นและกรองเรียบร้อยแล้ว มากรอกให้วัวควายกินวันละ 1 ขวด จะช่วยให้วัวควายกินอาหารได้มากขึ้น และที่สำคัญจะช่วยให้วัวควายมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงขึ้นด้วย
รักษาโรคพยาธิภายในของวัวควาย
วัสดุอุปกรณ์
1. ใบขี้เหล็ก ประมาณ ครึ่งกิโลกรัม
2. น้ำ 2 ลิตร
วิธีการทำ
นำใบขี้เหล็ก และน้ำที่เตรียมไว้ มาต้มจนเป็นสีเหลือง จากนั้นทิ้งไว้ให้เย็น และนำมากรองเอากากออก
วิธีการใช้
นำน้ำต้มขี้เหล็กที่ได้ ไปกรอกให้วัวควายที่เป็นโรคพยาธิกินได้เลย ครั้งละ 1 ขวด วันละ 2 ครั้ง ประมาณ 3-4 วัน แค่นี้ก็จะช่วยในการรักษาโรคพยาธิภายในของวัวและควายได้แล้ว
โดย คุณอ่อน พิมพ์พรรณ เกษตรกรผู้มีความชำนาญในด้านการเลี้ยงวัวนม ในพื้นที่จังหวัดสระบุรี
ที่มา : ศูนย์ทางด่วนข้อมูลการเกษตร*๑๖๗๗
สถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน จ.สระบุรี
วัว-ควาย(2)ตำเข้ากันผสมน้ำ1ลิตรกรองเอาแต่น้ำกรอกให้สัตว์กินวันละ1 มื้อ
ขี้เหล็กเป็นพืชสมุนไพรที่มีประโยชน์มาก ไม่ว่าจะสำหรับคน หรือ สัตว์ ความขมของขี้เหล็กจะช่วยในการขับลมในคนได้ ที่สำคัญ ขี้เหล็กเป็น พืชสมุนไพร ที่ช่วยในการรักษาอาการเบื่ออาหาร และยังช่วยในการบำรุง กำลัง ให้กับวัวได้อีกด้วย และที่สำคัญไปกว่านั้น ใบขี้เหล็กต้ม ยัง เป็นสมุนไพรอีกชนิดหนึ่งที่ช่วยในการรักษาโรคพยาธิภายใน ของวัวควายได้ อย่างดีเยี่ยมทีเดียว อย่างที่คุณอ่อน พิมพ์พรรณ เกษตรกรผู้ที่มีความ เชี่ยวชาญในเรื่องการเลี้ยงวัวนม มากว่า 15 ปี ได้แนะวิธีการ ง่าย ๆ ที่จะนำใบขี้เหล็กมาใช้ในการรักษาโรคดังกล่าวของวัวควายได้อย่าง ง่ายดาย โดยวิธีการและรายละเอียดต่างๆ ดังนี้

รักษาอาการเบื่ออาหาร บำรุงร่างกายในวัวควาย
วัสดุอุปกรณ์
1. ใบขี้เหล็ก ครึ่งกิโลกรัม
2. เกลือแกง 3 ช้อนโต๊ะ
3. น้ำ 1 ลิตร
วิธีการทำ
นำใบขี้เหล็กที่ได้มาผสมกับเกลือ แล้วตำให้ละเอียด ผสมกับน้ำ คั้นและกรองเอาเฉพาะน้ำ
วิธีการใช้
เอาน้ำใบขี้เหล็กที่คั้นและกรองเรียบร้อยแล้ว มากรอกให้วัวควายกินวันละ 1 ขวด จะช่วยให้วัวควายกินอาหารได้มากขึ้น และที่สำคัญจะช่วยให้วัวควายมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงขึ้นด้วย
รักษาโรคพยาธิภายในของวัวควาย
วัสดุอุปกรณ์
1. ใบขี้เหล็ก ประมาณ ครึ่งกิโลกรัม
2. น้ำ 2 ลิตร
วิธีการทำ
นำใบขี้เหล็ก และน้ำที่เตรียมไว้ มาต้มจนเป็นสีเหลือง จากนั้นทิ้งไว้ให้เย็น และนำมากรองเอากากออก
วิธีการใช้
นำน้ำต้มขี้เหล็กที่ได้ ไปกรอกให้วัวควายที่เป็นโรคพยาธิกินได้เลย ครั้งละ 1 ขวด วันละ 2 ครั้ง ประมาณ 3-4 วัน แค่นี้ก็จะช่วยในการรักษาโรคพยาธิภายในของวัวและควายได้แล้ว
โดย คุณอ่อน พิมพ์พรรณ เกษตรกรผู้มีความชำนาญในด้านการเลี้ยงวัวนม ในพื้นที่จังหวัดสระบุรี
ที่มา : ศูนย์ทางด่วนข้อมูลการเกษตร*๑๖๗๗
สถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน จ.สระบุรี
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)

